แบบห้องน้ำขนาดเล็ก แต่งได้ดี

จุดประสงค์หลักของการอาบน้ำคือ ชำระร่างกายให้สะอาด และให้เกิดความรู้สึกสดชื่น สบายเนื้อสบายตัว ซึ่งเมื่อร่างกายสดชื่นแล้ว จิตใจก็จะสดใส ผ่อนคลาย สังเกตได้ว่า หากกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ เพียงแค่ได้อาบน้ำสระผมสักหน่อย ก็จะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้แล้ว และเพื่อช่วยให้รู้สึกถึงความสดชื่น สดใส มากขึ้น การตกแต่งห้องน้ำให้เสริมความรู้สึกดังกล่าวจึงช่วยได้มาก ไอเดียการตกแต่งห้องน้ำให้สดใส ไม่ได้ยากแต่อย่างใด แค่เลือกสี เลือกกระเบื้องในโทนสีสดใส สบายตา อาทิ แบบห้องน้ำที่นำมาให้ชมกัน ห้องน้ำขนาดเล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส เลือกใช้สีขาวเป็นสีพื้น และใช้กระเบื้องโมเสคสีเหลืองมาเติมเต็มความมีชีวิตชีวา

 

Categories: ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ | ใส่ความเห็น

6 สัญญาณเตือน เจอแบบนี้ต้องย้ายบ้านซะแล้ว

 

 

  การจะเลือกที่อยู่อาศัยให้เหมาะและดีกับเรา จำเป็นต้องมองให้ลึกกว่าการตกแต่งที่สวยงาม และบรรยากาศรอบ ๆ บ้าน เพราะในความเป็นจริง เราจะอยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นได้อย่างมีความสุขก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ยิ่งกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ก็ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบมากยิ่งขึ้นแต่ถ้าตอนนี้คุณและครอบครัวรู้สึกไม่แฮปปี้กับการอยู่บ้านหลังเดิม ก็อาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่ทำให้อยากย้ายบ้านเหล่านี้หรือเปล่า..

 1. จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นจนคับบ้าน


            ขนาดบ้านที่เคยเล็กแบบพอดีไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับคุณและคู่สมรส แต่ในระยะหลัง ๆ ที่มีลูกน้อยกำเนิดขึ้นมา รวมทั้งคุณปู่ คุณย่า คุณตา หรือคุณยายที่เข้ามาอาศัยอยู่ด้วย เพื่อช่วยเลี้ยงดูหลานตัวน้อยอีกแรง ก็กลับทำให้บ้านที่เคยอยู่กันแบบสบาย ๆ กลายเป็นแคบและเล็กลงถนัดใจ อย่างนี้จะให้ทนอยู่กันแบบอึดอัด ๆ ก็คงจะไม่ไหว ฉะนั้นคงถึงเวลาต้องย้ายที่อยู่ใหม่กันสักที หาบ้านที่กว้าง ๆ มีพื้นที่หน่อยก็ได้ เผื่อในวันที่ลูก ๆ โต เขาจะได้มีที่วิ่งเล่นนะคะ

 2. เพื่อนบ้านตัวแสบ

            นอกจากต้องดูว่าบ้านเราตั้งอยู่ในย่านที่มีความปลอดภัยพอสมควรแล้ว ก็ต้องดูด้วยว่าเพื่อนบ้านบริเวณรอบ ๆ มีนิสัยใจคอที่เข้ากันดีกับไลฟ์สไตล์ของเรามากแค่ไหน อย่างเช่น เป็นคนไม่ชอบความวุ่นวายเสียงดัง และมีระดับความเกรงใจในขีดที่พอ ๆ กันกับคุณ เพราะถ้าไปเจอเพื่อนบ้านตัวแสบ ที่ชอบสอดรู้สอดเห็น แถมยังชอบทำเสียงดังรบกวนในยามวิกาล อย่างนี้ก็บอกลาบ้านหลังนั้น แล้วหาบ้านใหม่ใกล้ ๆ ย่านของคนที่มีวุฒิภาวะสูงกว่านี้ดีกว่า

 3. สภาพบ้านไม่ไหวจะเคลียร์

            สำหรับคนที่เช่าบ้านอยู่ อันดับแรกที่ควรต้องดูก่อนทำสัญญาเช่าก็คือ สภาพของบ้านเช่าหลังนั้น หากดูแล้วสภาพบ้านเช่าเก่าเหลือเกิน หนำซ้ำระบบน้ำ-ไฟ ก็มีปัญหาให้ต้องเรียกช่างมาซ่อมบ่อย ๆ ซึ่งนอกจากไม่ได้รับความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยแล้ว ก็ยังต้องมาเสียเวลาและเงินไปกับการซ่อมแซมไม่รู้จักจบสิ้น แบบนี้เห็นทีจะไม่ไหว ยอมเหนื่อยย้ายบ้านคงดีกว่าต้องมาทนอยู่แบบกังวลใจนะ

 4. บ้านกว้างเกินไปจนเกิดปัญหา

            กรณีบ้านเล็กเกินไปก็อยู่แล้วอึดอัด แต่ถ้าบ้านกว้างเกินความจำเป็นก็อยู่แล้วไม่สบายได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น เพราะความที่บ้านกว้าง เลยทำให้คุณหาข้าวของไม่ค่อยเจอ ลูก ๆ ก็ชอบไปเล่นซ่อนแอบให้ต้องหาไปทั่ว แล้วไหนจะต้องเหนื่อยทำความสะอาดบ้านที่แสนกว้างใหญ่อีกล่ะ แค่นี้ยังไม่เท่าไร แต่ถ้าคุณต้องทำความสะอาดในจุดที่ทุกคนในบ้านไม่เคยได้ใช้งานด้วยล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงความเหน็ดเหนื่อยเลย ดีไม่ดีจะปล่อยปละละเลยพื้นที่โล่ง ๆ นั้นให้มีฝุ่นเกาะ เพิ่มความสกปรกในบ้านมากขึ้นไปอีกต่างหาก ซึ่งถ้าเจอปัญหาแบบนี้ หรือได้ยินเสียงสะท้อนของตัวเองในระหว่างที่พูดคุยกันในบ้าน ก็เตรียมตัวหาบ้านใหม่ที่มีขนาดพอดีกับครอบครัวคุณดีกว่า ดูแลง่ายกว่ากันเยอะเลยจ้า

 5. ทำเลที่ตั้งไกลจากที่ทำงาน

            ก่อนหน้าที่จะมาอยู่บ้านหลังนี้กัน ก็คิดว่าเป็นทำเลที่ตั้งที่ดี ใกล้ที่ทำงาน ใกล้ตลาด สถานศึกษา และสถานพยาบาลก็ไม่ไกลเท่าไร แต่ไป ๆ มา ๆ คุณ หรือคนในครอบครัวเกิดได้งานใหม่ เปลี่ยนที่เรียนใหม่ ซึ่งสถานที่เรียน และที่ทำงานก็บังเอิญอยู่ไกลจากบ้านพอสมควร อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการเดินทางออกไปเจอรถติดอีกนานหลายชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย อย่างนี้คงต้องมองหาที่อยู่ใหม่ ที่จะเอื้ออำนวยให้เดินทางไปเรียน และไปทำงานได้อย่างสะดวกขึ้นแล้วล่ะ

 6. โจรผู้ร้ายชุกชุม แถมยังเปลี่ยว

            ย่านที่ตั้งของบ้านหากมีสภาพแวดล้อมเปลี่ยว ๆ  อีกทั้งยังมีข่าวคราวของโจรผู้ร้ายแว่วเข้าหูมาให้ได้ยินบ่อย ๆ ก็ฟันธงได้เลยว่าความปลอดภัยของคุณดูจะเหลือน้อยเต็มทีแล้วล่ะค่ะ ฉะนั้นก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันกับครอบครัว จนต้องเสี่ยงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ก็รีบย้ายออกมาหาที่อยู่ใหม่ที่มีความปลอดภัยและรัดกุมมากกว่านี้จะดีกว่า

 
            ถ้าคุณกำลังเจอกับสัญญาณเตือน ที่จะนำมาซึ่งปัญหาความเหน็ดเหนื่อย และความไม่สบายกายและใจเหมือนตัวอย่างเหล่านี้อยู่ล่ะก็ แนะนำให้เริ่มคิดหาที่อยู่ใหม่ที่จะเติมเต็มชีวิตคุณได้มากขึ้นเถอะนะคะ เพื่อความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการอยู่อาศัยของคุณและคนในครอบครัวเอง

ที่มา:home.kapook.com/view76511.html

Categories: รอบรู้ปัญหาบ้าน | Tags: , , , | ใส่ความเห็น

ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี จัดระเบียบให้บ้านร่มเย็นเป็นสุข

 

 

สำหรับคนที่ศรัทธาในศาสตร์ของฮวงจุ้ยอยู่แล้ว น่าจะทราบดีว่า ฮวงจุ้ยบ้าน ก็มีเคล็ดลับแนะนำน่าสนใจอยู่หลายอย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคำแนะนำให้จัดบ้านเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวก ให้โชคลาภ ความมั่งมี และความสงบสุข เข้ามาสู่บ้านและคนในครอบครัว แต่สำหรับคนที่อยากจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย แต่ยังไม่รู้ว่า ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี มีอะไรบ้าง เราลองมาจัดฮวงจุ้ยบ้านที่ดี ตามเทคนิคเหล่านี้กันดีกว่า จะได้นำพาความสงบสุข โชคลาภ และเงินทองจะได้ไหลมาเทมาหากันเยอะ ๆ ค่ะ
 
1. เปิดทางให้พลังดี

          บ้านที่มีโอกาสได้รับพลังชี่ หรือพลังด้านบวกเข้ามาเยอะต้องเป็นบ้านที่ค่อนข้างสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ดังนั้นคุณก็ควรจัดการเคลียร์พื้นที่ รก ๆ ในบ้านทุกจุดให้หมดจด ไล่ตั้งแต่บริเวณหน้าบ้าน ไปจนถึงใต้เตียง และห้องเก็บของ หรือลิ้นชักตู้เก็บของด้วย เพราะความรกหูรกตาเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรอุปสรรคกีดขวางสิ่งดี ๆ ในชีวิต ทำให้คุณมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่มากเกินตัว อีกทั้งยังอาจจะทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าไรด้วย
 
2. ใส่ใจประตูในบ้าน

          ตามหลักที่ดีของฮวงจุ้ย ประตูทุกบานในบ้านควรเปิด-ปิดได้สะดวก ไม่มีความฝืด หรือเสียงดังเวลาที่ใช้งาน รวมทั้งรอยแตกแยก และรูก็ไม่ควรมี เพราะตำหนิของประตูบ้านเปรียบเสมือนสิ่งกีดขวางความโชคดี โดยเฉพาะประตูห้องทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือที่ทำงานก็ตาม หากประตูมีปัญหา เปิด-ปิดไม่นุ่มนวล คุณก็อาจพลาดโอกาสดี ๆ ในหน้าที่การงานได้ ฉะนั้นควรต้องรีบไปตรวจเช็กความเรียบร้อยของประตูกันด่วน ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ความสุข และความโชคดีในชีวิตและหน้าที่การงานจ้า
 
3. โชว์ความประทับใจไว้รอบบ้าน

          ทุกคนน่าจะมีสิ่งที่ทำให้มีความสุขทุกครั้งที่เห็นอยู่ในบ้านกันแน่ ๆ เช่น ถ้วยรางวัล ประกาศนียบัตร หรือโล่แสดงความดีความชอบ และความสามารถของคนในบ้าน ดังนั้นเพื่อส่งเสริมความสุขของตัวคุณและครอบครัว ควรนำของเหล่านั้นมาวางประดับตามจุดเด่น ๆ ในบ้านอย่าง ห้องรับแขก ตู้โชว์ หรือประดับในห้องที่ใช้งานบ่อย ๆ ก็ได้ค่ะ
 
4. ใช้สีโทนหยินเพื่อความร่มเย็น

          โทนสีหยิน ได้แก่ สีม่วง ฟ้า ดำ และขาว ซึ่งหากคุณแต่งบ้านด้วยโทนสีหยินเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสงบสุข แต่งห้องนอนก็ทำให้หลับสบาย ทาสีห้องน้ำก็ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น หรือจะนำไปแต่งห้องทำงานก็ทำให้คุณมีศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

5. สีโทนหยางใช้กับห้องทำงาน

          นอกจากสีโทนหยินแล้วก็จะมีสีโทนหยางที่ควรใช้แต่งบ้านให้ถูกหลักตามฮวงจุ้ยด้วย โดยสีโทนหยางมักจะเป็นสีออกสว่าง ๆ อย่างสีเหลือง และสีส้ม เพราะเชื่อว่า สีโทนสว่างแบบนี้จะช่วยเติมพลัง และแรงจูงใจให้คุณได้อีกเยอะ ฉะนั้นสีส้ม และสีเหลืองจึงเหมาะจะใช้ตกแต่งห้องทำงาน คุณจะได้มีความรู้สึกกระตือรือร้น และมีพลังในการทำงานมากขึ้นจ้า

6. หลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ที่มีเหลี่ยมมุม

          ตามหลักของฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่า เฟอร์นิเจอร์ที่มีเหลี่ยมมุมไม่เหมาะจะใช้ตกแต่งบ้าน เพราะลักษณะที่แหลมคมจะขัดขวางพลังงานชี่ไม่ให้เข้าบ้าน ดังนั้นจึงควรตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีความกลมมน มีส่วนโค้งเว้าดูนุ่มนวลจะดีกว่า

7. รับแสงสว่างเข้าบ้าน

          ความสว่างไสวและความสะอาดเป็นสิริมงคลกับบ้าน โดยเฉพาะกับคนที่ต้องการให้บ้านเปิดรับโอกาสดี ๆ โชคลาภ และความร่ำรวยเข้าบ้าน ก็ควรเปิดม่านรับแสงสว่างเข้าบ้านให้ได้มากที่สุด หรือจะตกแต่งเพิ่มเติมด้วยของตกแต่งอย่างกระถางต้นไม้ และของตกแต่งตามสไตล์ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกัน
 
          ฮวงจุ้ยถือเป็นเรื่องของความเชื่อ และศรัทธาอย่างหนึ่งก็จริง แต่หลักการและวิธีทำของฮวงจุ้ยก็มักจะส่งเสริมให้บ้านของเราสะอาดสะอ้านน่าอยู่มากขึ้น เรื่องดี ๆ แบบนี้ทำตามก็ไม่เสียหายอะไรนี่เนอะ

ที่มา:home.kapook.com/view81227.html

Categories: ฮวงจุ้ยเสริมมงคล | Tags: , | ใส่ความเห็น

ของมงคลเสริมฮวงจุ้ยบ้าน วางอย่างไรให้ถูกหลัก

เคล็ดการวางของมงคลเสริมฮวงจุ้ย (บ้านพร้อมอยู่)

          จริง ๆ แล้วของเสริมมงคลในทางฮวงจุ้ยมีเยอะแยะมากมาย ถ้าสาธยายทั้งหมดก็คงต้องเขียนเป็นตำราได้เล่มนึงพอดี เอาเป็นว่าผมจะเลือกมาให้เอาที่คนส่วนใหญ่นิยมกัน โดยเน้นการเสริมฮวงจุ้ยด้านโชคลาภก็แล้วกัน เพราะถือเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้อยากมีกันอยู่แล้ว มาดูอย่างแรกกันเลยครับ


เรือสำเภาจีน

          เรือเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและการเดินทาง โดยเฉพาะเกี่ยวกับการค้าขาย ยิ่งค้าขายกับต่างประเทศด้วยแล้วจะตรงสเปคเลยครับ เพราะสมัยก่อนเรือสำเภาจะใช้เพื่อเดินทางไปค้าขายกับต่างประเทศเป็นหลัก เรือสำเภาที่แล่นกลับมาจะขนเงินและสินค้ามาเต็มเรือ นั่นคือความมั่งคั่ง ร่ำรวยนั่นเอง

หันหัวเรือเข้าบ้าน

          เคล็ดการวางเรือสำเภาที่นิยมกันจะวางในลักษณะหันหัวเรือเข้ามาในห้อง โดยดูตำแหน่งประตูเป็นสำคัญ เพราะเรือที่วิ่งเข้าให้ความหมายถึง “การรับเข้า” ส่วนบางตำราบอกว่าถ้าหันหัวเรือออกไปทางประตู จะหมายการออกไปติดต่อการค้า หรือการออกไปหาเงิน ซึ่งจะเหมาะกับการวางในห้องทำงานมากกว่าบ้านอยู่อาศัย

          ถ้ารู้จุดโชคลาภก็สามารถเอาเรือไปวางตำแหน่งนั้นได้ ถ้าคนที่เล่นเรื่องทิศก็จะบอกว่า เรือสำเภาจะต้องวางทางทิศตะวันออกกับทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศของธาตุไม้ ซึ่งแทนความหมายของเรือ (เรือทำมาจากไม้) แต่เคล็ดที่ขาดไม่ได้เลยก็คือภายในเรือจะต้องใส่เหรียญเงินเหรียญทองเข้าไปด้วย อาจทำเป็นถุงเงินถุงทองก็ได้ใส่ไว้ภายในเรือ ไม่เช่นนั้นเรือก็ไม่มีค่า กลายเป็นเรือเปล่า การเงินก็สูญเปล่า ส่วนคนที่เหมาะกับการใช้เรือกระตุ้นโชคลาภ ถ้าเป็นคนเกิดปีขาลหรือปีเถาะ จะถือว่าถูกโฉลกเป็นพิเศษ เพราะเป็นปีของธาตุไม้นั่นเอง

ปี่เซียะ

          ถือเป็นของมงคลอีกอย่างหนึ่งที่คนนิยมกันมาก เพราะปี่เซียะให้คุณในเรื่องการเงินโดยตรง ชาวบ้านเรียกว่า “ดูดทรัพย์เข้า กักทรัพย์ออก” ปี่เซียะเป็นสัตว์ตามตำนานของจีน เป็นการรวมตัวของสัตว์ 5 ชนิดประกอบด้วย สิงโต มังกร กวาง แมว และนก 

          ลักษณะของปี่เซียะเป็นสัตว์ที่มีญานวิเศษ ส่วนหัวคล้ายมังกรทรงอำนาจ ลำตัวเป็นม้าศึก กรงเล็บสี่เท้าเหมือนสิงโตที่ทรงพลัง มีเขามีหนวดใต้คาง หน้าแหงน อกตั้ง มีหางแมวที่ศักดิ์สิทธิ์ มีปีก 2 ข้าง ตั้งแต่อกแนบติดลำตัว หางใหญ่ หน้าดุมาก คึกคะนอง สง่างาม ลักษณะมงคลของสัตว์ทั้งห้าชนิดได้มารวมกันอยู่ในปี่เซียะ

          ปี่เซียะคือกวางสวรรค์มี 1 ปาก ไม่มีรูทวาร เชื่อกันว่าทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ปกป้องทรัพย์สินเงินทองไม่ให้รั่วไหล ต้องตั้งให้เด่น มองเห็นชัด หันหน้าไปที่ประตูเข้าบ้าน ตั้งเป็นคู่ให้ก้นชนกัน โดยให้ตัวเมียอยู่ด้านขวา (ตัวเมียคือตัวที่ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า มีหน้าที่รักษาพิทักษ์ทรัพย์) ให้ตัวผู้อยู่ด้านซ้าย (ตัวผู้คือตัวที่ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า มีหน้าที่บันดาลทรัพย์) ควรมีน้ำเปล่าวางไว้หนึ่งแก้ว

          เคล็ดการวางที่นิยมกันจะวางไว้บนโต๊ะทำงาน โต๊ะเก็บเงิน บนตู้เซฟ และที่สำคัญจะต้องหมั่นคอยลูบปี่เซียะอยู่เสมอ ทำให้มันเงาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณท้อง หลัง ห้ามเด็ดขาดคือการลูบที่ปาก เพราะจะทำให้ทรัพย์ไหลออก

 

พระสังกัจจายน์

          เทพแห่งโชคลาภ รูปปั้นที่ใครเห็นก็รู้สึกดี ดูจากสรีระขององค์เทพที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข แถมถือเงินเอาไว้ในมือบ่งบอกถึงความร่ำรวย ตำแหน่งการวางองค์พระสังกัจจายน์ควรจะวางในจุดที่มองเห็นได้ชัด เช่น ห้องรับแขก เวลาเดินเข้าบ้านจะได้มองเห็น หรือวางในห้องทำงาน บนตู้เซฟก็ไม่ผิดกติกาใด ๆ ห้ามวางในจุดที่ไม่เป็นมงคล เช่น บริเวณทางเข้าห้องน้ำหรือใต้บันได

          คงพอเป็นไอเดียนะครับสำหรับการใช้ของมงคลในการวางกระตุ้นโชคลาภ หลายคนเคยถามผมว่าตำแหน่งโชคลาภของบ้านวางพระได้หรือไม่ ผมก็ตอบไปว่าพระท่านละซึ่งกิเลสแล้ว ไม่เอาโชคไม่เอาลาภ มีแต่ให้ละให้เลิก ก็ลองคิดดูว่าควรจะวางหรือไม่ครับ…

ที่มา:home.kapook.com/view82579.html

Categories: ฮวงจุ้ยเสริมมงคล | Tags: , , | ใส่ความเห็น

หวั่นฟองสบู่ก่อตัว จับตาตลาดคอนโดเริ่มเห็นสัญญาณอันตราย”ขาย”มากกว่า”โอน”

ไม่ สน-ไม่หวั่นโอเวอร์ซัพพลาย ผ่านปีใหม่

แค่ 3 วัน 3 บิ๊กแบรนด์ประกาศเปิดตัวรวม 141 โครงการ

มูลค่ารวม 1.38 แสนล้านบาท “แสนสิริ” ชิงซีนตั้งแต่ต้นปี 6.1 หมื่นล้าน “พฤกษาฯ” หายใจรดต้นคอ 5.5 หมื่นล้าน เจ้าพ่อคอนโดฯกลาง-ล่าง “LPN” 2.2 หมื่นล้าน นายกสมาคมบ้านจัดสรรเป็นห่วง แฉสถิติปี”55 คอนโดฯขายได้ประมาณ 60% แต่โอนแค่ 43% สะท้อนภาพเก็งกำไรสูง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจความเคลื่อนไหวแผนลงทุนของบริษัทพัฒนาที่ดินในปี 2556 พบว่า ช่วง 3 วันระหว่าง 7-9 มกราคมที่ผ่านมา มีรายใหญ่ 3 รายประกาศแผนธุรกิจปี 2556 พบว่า มีโครงการเปิดตัวใหม่รวมกัน 141 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1.36 แสนล้านบาท เทียบกับปี 2555 ที่ 3 บริษัทดังกล่าวเปิดตัวรวมกัน 90 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมกันเพียง 93,000 ล้านบาท

ปรากฏการณ์เปิดตัวโครงการดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางความเป็นห่วงของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาเตือนสังคมว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์มีสัญญาณสุ่มเสี่ยงจะเกิดปัญหาฟองสบู่ได้ จากภาวะตลาดคอนโดมิเนียมร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา
9607990
3 บิ๊กเปิดตัว 1.38 แสนล้าน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า บิ๊กแบรนด์ 3 รายประกอบด้วย บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดตัวใหม่ 78 โครงการ มูลค่ารวม 5.5 หมื่นล้านบาท, บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ หรือ LPN เปิดตัวใหม่ 18 โครงการ รวมมูลค่า 2.2 หมื่นล้านบาท และ บมจ.แสนสิริ เปิดตัวใหม่ 45 โครงการ มูลค่ารวม 6.1 หมื่นล้านบาท

ประเด็นที่ต้องติดตามคือ ทุกรายตั้งเป้ายอดขายและยอดรับรู้รายได้เติบโต 15-25% ขณะที่แนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลอสังหาริมทรัพย์ ปีนี้ คาดจะเติบโตได้ประมาณ 5-10%

จึงนับเป็นแผนลงทุนเชิงรุก และมีเป้าอัตราเติบโตเหนือตลาดรายละเอียดแผนลงทุนรายบริษัท

เริ่ม จากค่ายพฤกษาฯ 78 โครงการ อยู่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 67 โครงการ ต่างจังหวัด 9 โครงการ ได้แก่ ภูเก็ต พัทยา ขอนแก่น และจังหวัดใหม่ ๆ ที่กำลังศึกษา กับในต่างประเทศ 2 โครงการ (เวียดนาม) จุดเน้นของพฤกษาฯ คือตลาดทาวน์เฮาส์ระดับล่าง เปิดตัวมากที่สุด 47 โครงการ เพราะมีโรงงานผลิตผนังสำเร็จรูป (พรีแคสต์) จึงสร้างเร็วและโอนไว

ค่าย แสนสิริ 45 โครงการ ให้น้ำหนักแผนลงทุนคอนโดฯมากที่สุด 24 โครงการ มูลค่ารวม 3.53 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57% รองลงมาคือบ้านเดี่ยว 13 โครงการ 2.25 หมื่นล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 8 โครงการ

ขณะที่ LPN นับวันยิ่งตั้งราคาขายต่อยูนิตต่ำลง จาก 18 โครงการที่เปิดตัวใหม่ ไฮไลต์คือโครงการคอนโดฯ 1.2 หมื่นยูนิต บนที่ดินติดถนน 100 ไร่ ช่วงรังสิตคลอง 1 พื้นที่ใช้สอย 21-22 ตารางเมตร เคาะราคาเริ่มต้นประมาณ 5-6 แสนบาท

พฤกษาฯ โชว์การเงินแข็งแกร่ง

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่บริษัทมีความพร้อมเรื่องขยายการลงทุนเพราะมีสถานะทางการเงิน ที่แข็งแกร่ง หนี้สินต่อทุนต่ำที่ 0.8 เท่า ปัจจุบันมีแบ็กล็อก (ยอดขายรอโอน) ที่พร้อมจะโอนในปีนี้ 2.47 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 73% จากเป้ายอดรับรู้รายได้ทั้งปีตั้งไว้ 3.4 หมื่นล้านบาท

“ภาพรวมตลาด คิดว่ายังไม่มีปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่และโอเวอร์ซัพพลาย เนื่องจากสถาบันการเงินก็เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อโครงการและสินเชื่อผู้ซื้อ บ้าน ที่สำคัญแม้พฤกษาฯจะเปิดโครงการมาก แต่ก็เน้นจับกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์เป็นเซ็กเมนต์หลัก” นายทองมากล่าว

นาย ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการของพฤกษาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯในกรุงเทพฯ ปีนี้น่าจะเติบโตได้ 5% ต่างจังหวัดน่าจะโต 10-20% โดย 78 โครงการใหม่ที่พฤกษาฯจะเปิดตัวปีนี้ มีที่ดินในมือแล้วประมาณ 50 โครงการ แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 47 โครงการ บ้านเดี่ยว 16 โครงการ ส่วนคอนโดฯมี 13 โครงการ และต่างประเทศที่เวียดนามอีก 2 โครงการ

โดยครึ่งปีแรกจะเป็น ทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวเป็นหลัก ส่วนครึ่งปีหลังจะทยอยเปิดตัวคอนโดฯ ขณะที่การพัฒนาโครงการในต่างจังหวัดจะมีที่พัทยา ภูเก็ต ขอนแก่น และศึกษาตลาดที่เชียงใหม่และระยอง
65
แสนสิริ กินรวบ 1-100 ล้าน

นาย เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่แสนสิริจะขยายโครงการต่อเนื่อง เพื่อไปถึงเป้ายอดขายใหม่ที่ 4.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้จากการโอนตั้งเป้า 3.4-3.6 หมื่นล้านบาท

กลยุทธ์คือ 1)ขยายเซ็กเมนต์ใหม่ทั้งทาวน์เฮาส์-บ้านเดี่ยวระดับกลาง-ล่าง ราคา 1.5-3 ล้านบาท 2)ขยายทำเลใหม่ ๆ ในย่านชุมชนเก่า-แหล่งงาน มีแบรนด์ดีคอนโด เรือธง 3)เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยจะเปิดตัวดีคอนโดแคมปัสใกล้สถานศึกษา 4)ขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติ เริ่มจากภูเก็ตและหัวหิน 5)ฟื้นตลาดบ้านเดี่ยวพรีเมี่ยม ราคา 25-100 ล้านบาทไฮไลต์แสนสิริยังรวมถึงจะเปิดตัวคอนโดฯ

แบรนด์ใหม่ระดับ ซูเปอร์ลักเซอรี่ ทำเลถนนวิทยุ ราคาเฉลี่ย 4 แสนบาท/ตร.ม. เพียง 80 ยูนิต ห้องชุด 2-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 120-150 ตร.ม. ราคา 48-60 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 5 พันล้านบาท

“ผมยังมั่นใจในทำเลสุขุมวิท ก่อนสิ้นปี 2555 เราเปิดตัวคอนโดฯเดอะเทอร์ตี้ไนน์ สุขุมวิท ราคา ตร.ม.ละ 2 แสน สัปดาห์เดียวขายหมด ลูกค้า 70% ซื้อด้วยเงินสด ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาฯเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% การเติบโตของแสนสิริจะต้องไปกินแชร์คู่แข่งรายใหญ่คือ พฤกษาฯ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คิวเฮ้าส์ LPN ซึ่งมั่นใจว่าทำได้ล้านเปอร์เซ็นต์”

นายเศรษฐา มองสอดคล้องกับค่ายพฤกษาฯ ในประเด็นปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ว่า ภาพรวมยังมองไม่เห็นเรื่องการเกิดบับเบิล (ฟองสบู่อสังหาฯ) เพราะธนาคารยังระวังเรื่องการปล่อยสินเชื่อโครงการและสินเชื่อคนซื้อบ้าน ผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็กถูกคุมกำเนิดไปด้วย และรายใหญ่ก็ขยายโครงการมาทดแทน

LPN ต่อยอดห้องชุดโลว์คอสต์

นาย โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า ปีนี้วางแผนลงทุน 18 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการ 2.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ 13 โครงการ 2 หมื่นล้านบาท และแนวราบในนามบริษัทลูกคือบริษัทพรสันติ เปิดตัวทาวน์เฮาส์ 5 โครงการ 2 พันล้านบาท

ในส่วนคอนโดฯจะเปิดตัวช่วงครึ่งปีแรกเป็นหลักเกือบ 10 โครงการ โดยแบรนด์ที่เป็นตัวบุกปี 2556 คือ “ลุมพินีคอนโดทาวน์” ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไฮไลต์คือทำเลรังสิตคลอง 1 จะพัฒนาบนที่ดิน 100 ไร่ ประมาณ 1.2 หมื่นยูนิต พื้นที่ใช้สอย 21-22 ตร.ม. ราคายูนิตละ 5-6 แสนบาท ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการลุมพินีคอนโดทาวน์ ชลบุรี-สุขุมวิท

“LPN ทำคอนโดฯเยอะ แต่จับเรียลดีมานด์ที่ซื้ออยู่จริง โดยรวมก็ยังไม่เห็นฟองสบู่ ไม่มีภาพการเก็งขายต่อเปลี่ยนมือเร็ว ปั่นราคาขึ้นสูงมากจนน่าเป็นห่วง แต่ยอมรับว่ามีบางทำเลตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสที่มีซัพพลายเยอะ แต่เนื่องจากที่ดินเหลือน้อยแล้ว ซัพพลายก็จะค่อย ๆ ลดลงเอง” นายโอภาสกล่าว

ห่วงคอนโดฯร้อนแรงเกิน

นาย อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์ตลาดคอนโดฯที่ร้อนแรงมากในปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าห่วงคือเมื่อก่อสร้างเสร็จจะมีลูกค้ามาโอนกรรมสิทธิ์หรือไม่

สำหรับ ปีนี้สัดส่วนคอนโดฯที่เปิดตัวใหม่ไม่ควรจะเกิน 60% ของทั้งตลาด ขณะที่ปีนี้ภาพรวมที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ควรจะอยู่ในระดับ 9 หมื่นหน่วย หากเปิดตัวมากกว่านี้จะร้อนแรงเกินไป การเติบโตควรขยายไปต่างจังหวัดมากกว่า

ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ มีตัวเลข 10 เดือนแรกปีที่ผ่านมา บ้านจัดสรรมีสัดส่วนสูงกว่าคอนโดฯคือ 57 : 43% เพราะตัวเลขการโอนคอนโดฯเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นการซื้อ-ขายที่เกิดขึ้นเมื่อ 1-2 ปีก่อน ดังนั้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ตัวเลขการโอนคอนโดฯควรจะต้องมีสัดส่วนสูงกว่าบ้านจัดสรร ไม่เช่นนั้นอาจแสดงว่ามีการซื้อเพื่อเก็งกำไรและไม่มาโอน

Categories: ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ | Tags: , , , , , | ใส่ความเห็น

พิษแรงงานขาดทำคอนโดโอนช้า

a1

พิษวิกฤตแรงงานขาด ทำคอนโดเพอร์เฟคเลื่อนส่งมอบ เร่งผุดทีมหาแรงงานพม่าเสริมทัพ ปี 2556 ผุดโครงการใหม่ 2.7 หมื่นล้านบาท

นายชายนิด โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้จับมือกับพันธมิตรบริษัทจัดหางานที่ประเทศพม่า เพื่อนำเข้าแรงงานจากพม่าเข้ามาเสริมทัพการก่อสร้างโครงการของเพอร์เฟคที่อยู่ในไทย พร้อมจัดตั้งทีมเฉพาะกิจไปคัดเลือกแรงงานพม่าที่มีคุณภาพ ซึ่งคาดว่าจะต้องนำเข้าแรงงานพม่าเข้ามาประมาณ 500-1,000 คน

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากวิกฤตแรงงานขาดแคลน ซึ่งรุนแรงมากในปีที่ผ่านมา และส่งผลกระทบให้งานก่อสร้างคอนโดมิเนียม 2 โครงการล่าช้าไปประมาณ 3-6 เดือน ประกอบด้วย ไอ คอนโด งามวงศ์วาน และไอ คอนโด ลาซาล ซึ่งคาดว่าทั้งสองโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จและส่งมอบได้ภายในปีนี้ จากเดิมจะต้องส่งมอบตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

สำหรับวิกฤตแรงงานขาดแคลน เชื่อว่าจะยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ โดยในส่วนของเพอร์เฟค เชื่อว่ามาตรการหาแรงงานต่างด้าวเสริมการสร้างคอนโดมิเนียมจะช่วยแก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะเลือกใช้ผู้รับเหมารายใหญ่มากขึ้น พร้อมปรับวิธีการก่อสร้างหันมาใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น โดยปัจจุบันบ้านแนวราบ 80% ใช้วิธีสร้างด้วยระบบดังกล่าว

ขณะที่ยอดรับรู้รายได้ปีที่ผ่านมา จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานจนส่งมอบได้ไม่ทันกำหนด ทำให้ยอดรับรู้รายได้แม้ว่าจะเติบโตจากปี 2554 ประมาณ 10% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คอนโดมิเนียม 2 โครงการที่จะเลื่อนมาโอนในปีนี้ จะส่งผลให้ยอดรับรู้รายได้ปี 2556 เติบโตจากปีที่แล้วมากถึง 60%

นายชายนิด กล่าวถึงแผนเปิดตัวโครงการใหม่ปีนี้ วางเป้าไว้ที่ 20 โครงการมูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 1.8 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 9,000 ล้านบาท ซึ่งจะกระจายการลงทุนให้ครอบคลุมทุกความต้องการของตลาด ทั้งกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด โดยการเปิดตัวโครงการใหม่จะผลักดันให้ยอดขายปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย 1.9 หมื่นล้านบาท

“ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ จะเป็นการแข่งขันของรายใหญ่มากขึ้น จากเมื่อ 2 ปีที่แล้วจะเป็นการแข่งขันระหว่างรายเล็กกับรายใหญ่ ซึ่งจะเห็นว่าปีนี้รายใหญ่ทุกค่ายต่างลุกมาประกาศแผนการลงทุนอย่างคึกคัก” นายชายนิด กล่าว

 

ที่มา:โพสทูเดย์

Categories: ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ | Tags: , , , , | ใส่ความเห็น

กูรูชี้ปี 56 ยอดขายอสังหาฯยังพุ่ง

9607990

ศูนย์ข้อมูลวิจัยฯ ประเมินการเปิดตัวโครงการอสังหาฯที่คึกคักในปีที่แล้ว

จะส่งผลมาถึงยอดขายที่เติบโตในปีนี้

น.ส.ปัทมา จันทรานุกูล กรรมการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ปี 2556 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2555 ที่เพิ่มสูงกว่าปี 2554 ถึง 17% ในแง่มูลค่า และ 19% ในแง่จำนวนหน่วย โดยยอดขายในปี 2555 ก็มีสูงถึง 107,412 หน่วย และยังมีหน่วยรอขายอยู่ 128,934 หน่วย ซึ่งคาดว่าจะขายหมดในเวลา 12 เดือน โดยเฉพาะห้องชุดที่เหลืออยู่ 408,53 หน่วย จะขายหมดในเวลา 7 เดือนเท่านั้น

ทั้งนี้ จากการสำรวจโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดใหม่สิ้นปี 2555 มีจำนวน 419 โครงการ ประกอบด้วยจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 103,481 หน่วย แยกเป็นโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 99% แต่หากตามมูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยจะมีสัดส่วนประมาณ 98% ในจำนวนหน่วยทั้งหมดที่เสนอขายนี้เป็น ห้องชุดถึง 60% หรือ 62,548 หน่วย รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์ 22,503 หน่วย หรือประมาณ 22% อันดับที่ 3 ได้แก่บ้านเดี่ยวจำนวน 12,720 หน่วย โดยมีสัดส่วน 12% นอกจากนั้นเป็นบ้านแฝดและอาคารพาณิชย์เพียงประมาณอย่างละ 2% เท่านั้น

อย่างไรก็ดี ในกรณีห้องชุดพบว่าระดับราคา 1-2 ล้านบาทมีมากที่สุดถึง 33,827 หน่วยหรือประมาณ 54% ของห้องชุดทั้งหมด และคิดเป็น 1 ใน 3 ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่เปิดตัว รองลงมาคือห้องชุดราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งมีประมาณ 12,124 หน่วย และห้องชุดราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 7,719 หน่วย ส่วนห้องชุดราคาแพงระหว่าง 10-20 ล้านบาทมีเปิดตัวใหม่เพียง 633 หน่วย ยิ่งห้องชุดที่มีราคาตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป มีเปิดใหม่เพียง 58 หน่วยเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าตลาดมีความต้องการห้องชุดราคาปานกลางค่อนข้างถูกเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนเก็งกำไร

สำหรับทาวน์เฮ้าส์ที่เปิดตัวในปี 2555 กลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นระดับราคา 1-2 ล้านบาทเช่นกัน จำนวน 10,638 หน่วย อันดับสองคือระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 5,671 หน่วย ส่วนอันดับสาม คือทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 3,766 หน่วย สำหรับกรณีบ้านเดี่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดเปิดขายในราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 4,651 หน่วย รองลงมาคือระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 4,539 หน่วย

ทั้งนี้ สิ้นปี พ.ศ.2555 ยังมีหน่วยขายเหลืออยู่ 128,934 หน่วย แยกเป็นห้องชุด 32% หรือ 40,853 หน่วย รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 30% จำนวน 38,778 หน่วย และทาวน์เฮ้าส์ 38,617 หน่วย หรือ 30 % เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีบ้านแฝดที่ยังเหลือขาย 7,937 หน่วย โดยจำนวนหน่วยขายที่ยังเหลือขายทั้งหมดคาดว่าจะขายหมดภายในเวลา 12 เดือน

Categories: ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ | Tags: , , , , , | ใส่ความเห็น

ผลสำรวจพบ ย่านรัชดาภิเษก-ลาดพร้าว จ่อเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ !

ผลสำรวจพบ ย่านรัชดาภิเษกลาดพร้าว เป็นทำเลที่มีอาคารชุดจำนวนมาก จ่อเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่

9607990

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ย่านรัชดาภิเษกลาดพร้าว เป็นทำเลที่มีโครงการอาคารชุดจำนวนมาก และในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ เนื่องจากกำลังมีการก่อสร้างที่ตั้งของหน่วยงานและธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ บริษัทจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีชื่อเสียง และยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เปิดทำการแล้ว อีกทั้งจะมีการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ คือ มักกะสันคอมเพล็กซ์ ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้เกิดแหล่งงานขนาดใหญ่ ดึงดูดผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดคอนโดมิเนียม

โดยผลสำรวจตลาดอาคารชุด ในรัศมีประมาณ 500 เมตร จากแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีพระราม 9 – สถานีพหลโยธิน พบว่ามีโครงการอาคารชุดเปิดตัวใหม่ตั้งแต่ปี 2552 ถึงสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2555 ทั้งสิ้นประมาณ 43 โครงการ รวมประมาณ 18,100 หน่วย โดยเป็นโครงการที่เปิดในปีนี้ 6 โครงการ รวมประมาณ 3,400 หน่วย

นอกจากนี้ หากดูภาพรวมความต้องการของผู้บริโภคยังดูดซับได้ดี สังเกตได้จากยอดจองหรือยอดขายของทุกโครงการในย่านนี้รวมกันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 86% อย่างไรก็ตาม หากมีการเปิดโครงการออกมาต่อเนื่องมากเกินไปอาจทำให้อัตราการดูดซับชะลอลง เว้นแต่การพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานและโครงการเชิงพาณิชย์อื่นๆในบริเวณโดยรอบเกิดขึ้นเร็วจนสามารถสร้างแหล่งงานได้ทันที ซึ่งจะทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งงานเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ หากแบ่งตามแนวถนน พบว่า บริเวณถนนรัชดาภิเษก มีโครงการอาคารชุดเปิดใหม่มากที่สุด 24 โครงการ รวมประมาณ 7,700 หน่วย มียอดจองหรือยอดขายแล้วประมาณ 82% ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 79,100 บาทต่อตารางเมตร สำหรับแนวถนนลาดพร้าวและถนนพหลโยธิน มีโครงการทั้งสิ้น 12 โครงการ ประมาณ 5,700 หน่วย มียอดจองหรือยอดขายแล้วประมาณ 94% ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 83,600 บาทต่อตารางเมตร ส่วนแนวถนนพระราม 9 มีโครงการทั้งสิ้น 7 โครงการ จำนวน 4,700 หน่วย มียอดจองหรือยอดขายแล้วประมาณ 82% ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 81,100 บาทต่อตารางเมตร

ราคาที่ดินบนถนนรัชดาภิเษก อยู่ที่ประมาณ 400,000 บาทต่อตารางวา โดยราคาประเมินราชการอยู่ที่ 270,000 บาทต่อตารางวา ราคาที่ดินบริเวณถนนพระราม 9 อยู่ที่ประมาณ 330,000 บาทต่อตารางวา โดยราคาประเมินราชการอยู่ที่ 200,000 – 220,000 บาทต่อตารางวา ส่วนราคาที่ดินบริเวณถนนลาดพร้าว อยู่ที่ประมาณ 280,000 บาทต่อตารางวา โดยราคาประเมินราชการอยู่ที่ 180,000 – 190,000 บาทต่อตารางวา

ที่มา:โพสต์ทูเดย์

Categories: ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ | Tags: , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ชี้ตลาดเช่ามีอนาคตสดใส รับเปิด AEC

อควาเรียสขยับลงทุนรอบใหม่เล็งผุดคอนโด เพิ่ม 2 โครงการ 2,000 ล้านบาท

รูปภาพ

ชี้ตลาดเช่ามีอนาคตสดใส รับเปิดเออีซี

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท อควาเรียส เอสเตท กล่าวว่า คจะยังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ตั้งแต่ยังศึกษาในมหาวิทยาลัยก็มีความต้องการที่จะอยู่คอนโดมิเนียมและเป็นกำลังซื้อใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรืออาจจะชักจูงให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองตัดสินใจซื้อในตอนนี้

นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 จะทำให้ กทม.เหมือนเมืองใหญ่ทั่วโลกที่จะมีคนเข้ามาอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ความต้องการเช่าคอนโดมิเนียมในเมืองจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มที่ดีและดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง ทำให้ปีหน้าจะเป็นปีที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน โดยเฉพาะในทำเลสุขุมวิทที่มีความต้องการของตลาดเช่าจากต่างชาติอยู่

อย่างไรก็ตาม ทำเลสุขุมวิทมีที่ดินจำกัดทำให้สามารถพัฒนาสินค้าออกมาได้น้อย ราคาที่ดินปรับราคาสูงขึ้น โดยขณะนี้ที่ดินติดถนนใหญ่ราคาสูงถึง 1-1.5 ล้านบาทต่อตารางวา ส่วนที่ดินในซอยมีราคาตั้งแต่ 2-5 แสนบาทต่อตารางวา แนวโน้มราคาขายคอนโดมิเนียมจึงจะปรับสูงขึ้นอีก
นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีหน้าจะพัฒนาคอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ โครงการละ 1,000 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างหาซื้อที่ดินในย่านสุขุมวิท 1 แปลง และแนวรถไฟฟ้าในย่านฝั่งธนบุรี หรือนนทบุรี อีก 1 แปลง

นอกจากนี้ จะเปิดขายโครงการ 15 GATES บ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ บริเวณถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา บริเวณหลัง คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ จำนวน 15 หลัง หลังละ 18-20 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการแนวราบโครงการแรกของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีหน้าจากการขายบ้านเดี่ยว 300 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรอีก 100 ล้านบาท โดยจะขยายตลาดในส่วนของการบริหารโครงการมากขึ้น เมื่อรวมกับรายได้จาก ShaSa Resort & Residence เกาะสมุยที่ตั้งเป้าไว้ที่ 100 ล้านบาท ทำให้บริษัทจะมีรายได้รวมในปีหน้าประมาณ 500 ล้านบาท

ขณะที่รายได้ในปีนี้มาจากการโอนโครงการอควา เรสซิเดนท์ 510 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ 113 ล้านบาท รายได้จาก ShaSa Resort & Residence 85 ล้านบาท และผลตอบแทนจากการเช่าอีก 2 ล้านบาท รวมรายได้ทั้งปี 710 ล้านบาท รวมทั้งบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าของโครงการและผู้ลงทุน เพื่อให้บริการด้านการตลาดอีก 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,600 ล้านบาท

ที่มา:โพสทูเดย์

 

 

Categories: ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ | Tags: , , , , | ใส่ความเห็น

อสังหาปีหน้า บ้านเดี่ยวบูม คอนโดวูบ !

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ชี้แนวโน้มปีหน้า

บ้านเดี่ยวจะกลับมาได้รับความนิยม หลังประชาชนคลายกังวลจากเหตุการณ์น้ำท่วม

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยรายงานผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพ-ปริมณฑล ว่า แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปีหน้าจะขยายตัวใกล้เคียงกับปีนี้ โดยคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 9 หมื่นหน่วย ซึ่งที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว จะกลับมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนเริ่มคลายความกังวลจากปัญหาน้ำท่วม โดยยอดขายจะอยู่ที่ 4 หมื่นหน่วย เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่น่าจะขายได้ 3.5 หมื่นหน่วย ส่วนคอนโดมิเนียมปีหน้าจะลดความร้อนแรงลง โดยยอดขายจะอยู่ที่ 5 หมื่นหน่วย ลดลงจากปีนี้ที่น่าจะขายได้ถึง 6.4 หมื่นหน่วย

ทั้งนี้ ระดับราคาของบ้านเดี่ยวที่มียอดขายสูงสุด เป็นบ้านราคา 3-5 ล้านบาท รองลงมา คือ 1-2 ล้านบาท และลำดับที่สาม 2-3 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียม กลุ่มราคาที่มียอดขายดีที่สุดอันดับ 1 คือ 1-2 ล้านบาท อันดับ 2 คือ 2-3 ล้านบาท และลำดับ 3 คือ 3-5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในปีหน้าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จะทำให้ที่อยู่อาศัยมีราคาเพิ่มขึ้น 5-10% โดยบ้านเดี่ยวระดับราคา 3 ล้านบาทจะไม่มีขายในพื้นที่กรุงเทพแล้ว แต่จะขยายไปยังพื้นที่ฝั่งปริมณฑลแทน

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคอสังหาฯ กำลังขาดแคลนแรงงานกว่า 1 แสนคน ประกอบกับปีหน้าภาครัฐจะมีนโยบายลงทุนก่อสร้างหลายโครงการ ทำให้อาจเกิดปัญหาส่งมอบที่อยู่อาศัยล่าช้า ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวด้วยการยืดการผ่อนดาวน์

ที่มา: โพสทูเดย์

Categories: ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ | Tags: , , , , | ใส่ความเห็น

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.